
เป็นมะเร็งปอด กินยามุ่งเป้าแล้ว ทำไมมะเร็งยังแพร่กระจายสมอง?
หลายคนที่เป็น มะเร็งปอดชนิดมีการกลายพันธุ์ของยีน เช่น EGFR, ALK หรือ ROS1 อาจได้ยามุ่งเป้า (TKI) ที่ช่วยคุมก้อนมะเร็งในปอดหรือตามร่างกายได้ดี
แต่… ในบางราย มะเร็งกลับลามไปที่สมอง หรือโตขึ้นในสมองอย่างเงียบๆ ทั้งที่ในร่างกายดูเหมือนควบคุมได้ ![]()
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
คำตอบคือ… “สมองมีกำแพง”
สมองของเรามีสิ่งที่เรียกว่า Blood-Brain Barrier (BBB)
= เป็นกำแพงที่กรองสิ่งแปลกปลอมจากเลือดไม่ให้เข้าไปในสมองง่าย ๆ
แม้แต่ยามุ่งเป้าเองก็มีหลายชนิดที่ผ่านเข้าไปได้ “ไม่ดีพอ”
เช่น
Erlotinib, Gefitinib (รุ่นเก่า) – เข้าได้น้อย
Osimertinib (รุ่นใหม่) – เข้าได้ดีกว่า
Alectinib, Lorlatinib (ในผู้ป่วย ALK+) – มีฤทธิ์ในสมองดีขึ้น
ปัญหาที่เจอในคนไข้คือ
มะเร็ง “แอบโต” ในสมอง แม้ที่อื่นจะดูดีขึ้น
บางรายมี “การดื้อยา” ทำให้ยาที่กินอยู่ไม่ได้ผลในสมอง
อาจมีอาการ เช่น ปวดหัว ชัก อาเจียน เดินเซ หรือไม่รู้ตัวเลย จนกว่าจะตรวจ MRI
แล้วควรทำอย่างไรเมื่อตรวจพบมะเร็งแพร่กระจายสมอง?
ถ้าเป็นกลุ่มมียีนกลายพันธุ์ เช่น EGFR/ALK → หมอจะเลือก TKI รุ่นใหม่ที่เข้าถึงสมองได้ดี
ถ้ามีก้อนโตหรืออาการในสมอง → หมออาจให้ฉายรังสีเฉพาะจุดแบบ SRS/SRT
ถ้ามีก้อนหลายจุด → พิจารณาฉายรังสีทั้งสมอง
ต้องตรวจ MRI สมองเป็นระยะ แม้ไม่มีอาการ เพื่อจับให้เร็ว
สรุป
แม้จะได้ยามุ่งเป้าที่ดีที่สุดแล้ว “แต่สมองก็ยังเป็นที่ซ่อนตัวของมะเร็งได้”
หมอจึงต้องติดตามสมองควบคู่กับอวัยวะอื่น และร่วมวางแผนรักษาร่วมกับทีมฉายแสงและทีมผ่าตัด
คำแนะนำจากหมอ:
ถ้ามียีน EGFR, ALK หรือ ROS1 ต้องใช้ยาที่ผ่านสมองได้ดี
หากเคยมีมะเร็งในสมอง ต้องติดตาม MRI อย่างน้อยทุก 2–3 เดือน
หากมีอาการผิดปกติทางสมอง ต้องรีบแจ้งแพทย์
บ่เคยพูดเรื่องมา 1 แพร่กระจายสมอง และยามุ่งเป้าสำหรับมะเร็งปอดให้ดูลิงค์ comment
#รักษามะเร็งกับหมอชวลิต
#มะเร็งปอดลามสมอง
#TargetedTherapy
#SRT
แหล่งที่มา : https://www.facebook.com/chawalit.atchulacancer



