Skip to main content

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder cancer) เป็นหนึ่งในมะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะที่พบบ่อย โดยเฉพาะในเพศชาย

และมีความสำคัญเพราะมีอัตราการกลับมาเป็นซ้ำสูง แม้จะรักษาแล้ว

Bladder cancer

🚻 ใครเสี่ยงมากกว่าปกติ

สูบบุหรี่เป็นเวลานาน (เป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก)

สัมผัสสารเคมีบางชนิด เช่น ในอุตสาหกรรมย้อมสี, ยาง, หนัง

การอักเสบเรื้อรังของกระเพาะปัสสาวะ (เช่น จากการใส่สายสวนปัสสาวะนาน)

เคยได้รับการฉายรังสีหรือยาเคมีบางชนิด (เช่น Cyclophosphamide)

อายุ >55 ปี และเพศชายพบมากกว่าเพศหญิงประมาณ 3-4 เท่า

นัดพบในผู้ป่วยสูงอายุ ส่วนใหญ่มักจะอายุเกิน 70 ปี

🩸 อาการที่ควรระวัง

ปัสสาวะมีเลือดปน (สีชมพู แดงสด หรือแดงเข้ม)

ปัสสาวะบ่อย ปวดแสบขณะปัสสาวะ

ปวดท้องน้อย หรือปวดหลังล่าง (โดยเฉพาะถ้ามีการแพร่กระจาย)

อ่อนเพลีย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

🔬 การวินิจฉัย

ตรวจปัสสาวะหาเลือดและเซลล์มะเร็ง

ส่องกล้องตรวจภายในกระเพาะปัสสาวะ (Cystoscopy)

เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT urogram) หรือ MRI เพื่อดูการลุกลาม

ตรวจชิ้นเนื้อ (biopsy) เพื่อยืนยันชนิดของมะเร็ง

🧬 ชนิดทางพยาธิวิทยาที่พบบ่อย

Urothelial carcinoma (Transitional cell carcinoma) พบมากที่สุด

Squamous cell carcinoma และ Adenocarcinoma พบได้น้อย

📊 การแบ่งระยะ (Staging)

Non-muscle invasive (ยังไม่ลุกลามเข้ากล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ)

Muscle-invasive (ลุกลามถึงชั้นกล้ามเนื้อ)

Metastatic (แพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น เช่น ปอด กระดูก ตับ)

💉 แนวทางการรักษา

1. Non-muscle invasive

ผ่าตัดส่องกล้อง (TURBT) ร่วมกับการฉีดยาเคมี/ภูมิคุ้มกันเข้ากระเพาะปัสสาวะ เช่น BCG หรือ Mitomycin C กระเพาะปัสสาวะยังอยู่ที่เดิม

ติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะมีโอกาสกลับเป็นซ้ำสูง

2. Muscle-invasive

ผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะออกทั้งหมด (Radical cystectomy) ร่วมกับการทำทางเดินปัสสาวะใหม่ ต้องปัสสาวะผ่านทางถุงหน้าท้อง

หรือการฉายรังสีร่วมกับเคมีบำบัดกรณีต้องการเก็บกระเพาะปัสสาวะ ต้องมีหมอหลายสาขาช่วยกันดูแล

3. Metastatic

เคมีบำบัด (เช่น Cisplatin-based regimen)

ยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy เช่น Pembrolizumab, Atezolizumab) ตามตัวบ่งชี้ทางชีวโมเลกุล

รายที่มีเลือดออกเยอะ ปัสสาวะเป็นลิ่มเลือด ปวดกระดูกจากมะเร็งแพร่กระจายสามารถใช้การฉายรังสีเพื่อบรรเทาอาการ

📅 การติดตามหลังรักษา

ตรวจปัสสาวะและส่องกล้องตามนัดอย่างเคร่งครัด

ช่วงแรกมักตรวจทุก 3–6 เดือน เพื่อจับการกลับเป็นซ้ำให้เร็วที่สุด

✨ ข้อควรจำ

ปัสสาวะมีเลือดปนโดยไม่มีอาการเจ็บ ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรพบแพทย์

การเลิกบุหรี่ลดโอกาสเกิดโรคและลดการกลับมาเป็นซ้ำ

ตรวจติดตามต่อเนื่องแม้อาการปกติ เพราะมะเร็งชนิดนี้กลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย

ที่มา : https://www.facebook.com/chawalit.atchulacancer

Leave a Reply