Skip to main content

จากที่เคย แจ้ง เรื่อง AIA-GEQ กองทุนเปิดเอไอเอ โกลบอล อิควิตี้ ฟันด์ กองเดิม ปรับกลยุทธ์ลงทุนใหม่ เรามาดูรายละเอียดเชิงลึกสำหรับ AIA-GEQ กองทุนเปิดเอไอเอ โกลบอล อิควิตี้ ฟันด์ กันว่า ไปลงที่ไหน หุ้นแนวไหนบ้าง

กองทุนเปิด AIA-GEQ (AIA Global Equity Fund) ตอบโจทย์สายลงทุนหุ้นทั่วโลก

กองทุนเปิดเอไอเอ โกลบอล อิควิตี้ ฟันด์ หรือ AIA-GEQ เป็นกองทุนหุ้นต่างประเทศที่เน้นการกระจายการลงทุนในบริษัทชั้นนำระดับโลกผ่านกองทุนหลัก (Master Funds) ชั้นนำระดับโลกอย่าง JPMorgan, BlackRock, Capital Group, Wellington Management และ Baillie Gifford โดยแบ่งสัดส่วนการลงทุนดังนี้

  • JPMorgan Asset Management: 40%
  • BlackRock: 18%
  • Capital Group: 17%
  • Wellington Management: 13%
  • Baillie Gifford: 5%
กองทุนเปิด AIA-GEQ

โครงสร้างการลงทุนและกลุ่มหุ้นเด่นของแต่ละ Master Fund (อิงจากแผนภาพ)

  1. AIA Global Quality Growth
      – ลงทุนในหุ้นที่เป็นผู้นำของโลกและมีศักยภาพเติบโตสูง เช่น:
      - TSMC
      - Mercado Libre
      - Edwards Lifesciences
      - Mastercard
      - UnitedHealth Group
      - Texas Instruments
      - DSV
      - Google (Alphabet)
      - Recruit
      - Microsoft
  2. AIA New Multinationals Fund
      – มุ่งเน้นบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกที่มีการเติบโตดี เช่น:
      - Microsoft
      - L’Oréal
      - Novartis
      - Merck
      - ING
      - Michelin
      - VISA
      - P&G (Proctor & Gamble)
      - Michelin
      - Diageo
  3. AIA Global Select Equity Fund
      – เน้นการลงทุนในหุ้นที่มีนวัตกรรมหรือกำลังเปลี่ยนแปลงโลก เช่น:
      - Meta
      - Netflix
      - Eli Lilly
      - NVIDIA
      - Broadcom
      - Microsoft
      - EssilorLuxottica
  4. JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV-Global Research Enhanced Index Equity
      – ลงทุนสร้างผลตอบแทนระยะยาวเทียบดัชนี MSCI World Index โดยเน้นหุ้นเทคโนโลยีและกลุ่มใหญ่ของโลก เช่น:
      - Microsoft
      - Amazon.com
      - NVIDIA
      - Meta
      - Google (Alphabet)
      - Broadcom
      - VISA
      - Tesla
  5. iShares USD Short Duration Corp Bond UCITS ETF
      – ส่วนนี้เป็นตราสารหนี้ เน้นความปลอดภัยและกระจายความเสี่ยง โดยลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ เช่น:
      - Bank of America
      - Morgan Stanley
      - HSBC
      - Wells Fargo
      - Goldman Sachs
      - CitiGroup
      - JPMorgan Chase


AIA-GEQ เป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้นคุณภาพระดับโลกทั้งสายเทคโนโลยี เฮลธ์แคร์ การเงิน สินค้าอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการกระจายพอร์ตหุ้นทั่วโลก ลดความเสี่ยงของการลงทุนในประเทศเดียว และมุ่งหวังการเติบโตระยะยาวจาก megatrend ระดับโลก

หมายเหตุ: ข้อมูลหุ้นข้างต้นอ้างอิงจากแผนภาพ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 หากต้องการข้อมูลล่าสุด ควรตรวจสอบ Fund Factsheet หรือเว็บไซต์ทางการอีกครั้ง

แนวโน้มของกองทุน AIA GEQ (AIA Global Equity Fund) ในปี 2025 มีจุดเด่นดังนี้:

  • ผลตอบแทนล่าสุด: 1 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนอยู่ที่ประมาณ 7.55%-8.65% โดยในระยะ 3 ปีผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีประมาณ 8.98%-9.34% ถือว่าดีเมื่อเทียบกับกองทุนหุ้นต่างประเทศกลุ่มเดียวกัน
  • ปัจจัยบวก: แนวโน้มเศรษฐกิจและการลดดอกเบี้ยทั่วโลกในปีนี้ ส่งผลดีต่อหุ้นโลกและกองทุนประเภทนี้ เพราะจะช่วยกระตุ้นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น รวมถึงผลประกอบการบริษัทชั้นนำจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะเทคโนโลยี สุขภาพ และอุตสาหกรรมที่ได้รับอานิสงส์จากโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่
  • การปรับกลยุทธ์กองทุน: ปีนี้ AIA GEQ ได้เพิ่มทางเลือกและกระจายการลงทุนทั่วโลก “กองเดียวจบ” ทั้งผ่าน Master Fund และ ETF ชั้นนำ เช่น JPMorgan, BlackRock, Capital Group, Wellington, Baillie Gifford และ Robeco สำหรับผู้ต้องการวางแผนระยะยาวหรือจัดพอร์ตเองก็สามารถทำได้
  • ความเสี่ยง: เหมาะกับผู้มีความสามารถรับความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นกองทุนหุ้นต่างประเทศเต็ม 100% และมีความผันผวนพอตัว
  • ภาพรวมตลาด: ช่วงต้นปีหุ้นทั่วโลกโดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี-อุตสาหกรรมปรับตัวดี แต่ยังมีแรงกดดันจากจีนและนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ควรติดตาม

สรุป: AIA GEQ มีผลตอบแทนในกลุ่มกองทุนหุ้นต่างประเทศค่อนข้างดี กองทุนได้ปรับยุทธศาสตร์ลงทุนให้หลากหลายและเน้นหุ้นโลกคุณภาพสูง แนวโน้มยังบวกต่อหากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวต่อเนื่องและดอกเบี้ยปรับลดในอนาคต

Leave a Reply